แน่นอนว่าโรคอย่างอีสุกอีใสไม่มีใครอยากเป็นกันทั้งนั้น เพราะนอกจากจะทำให้เกิดแผลมากมายตามร่างกายแล้ว ยังทำให้ต้องเสียงานเสียการเรียนได้อีกด้วย เพราะโรคอีสุกอีใสนั้นเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งที่แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว จึงทำให้ใครที่เป็นโรคนี้จะต้องหยุดพักเพื่อรักษาให้หายเสียก่อนที่จะพบปะกับคนอื่นๆได้ โดยอาการของโรคอีสุกอีใสนั้นนับว่าจะทรมานไม่น้อยเลยเมื่อมีอาการเกิดขึ้นมา โดยในรายของผู้ที่มีอายุหรือผู้ใหญ่จะเกิดอาการรุนแรงกว่าเด็กเป็นพิเศษ เพราะในรายของผู้ใหญ่นั้นเมื่อมีอาการจะทำให้มีไข้ขึ้นสูงอย่างมากเลยทีเดียว และเมื่อมีเม็ดตุ่มตามร่างกายก็จะมีมากกว่าหลายเท่าตัว อีกทั้งเมื่อมีแผลจากโรคอีสุกอีใสก็จะทำให้หายยากและช้ากว่าเป็นพิเศษ โดยนอกจากจะมีเม็ดตุ่มที่ไม่น่าดูแล้ว ยังทำให้มีอาการของไข้และอาการปวดแสบปวดร้อนจากตุ่มหนองที่มาจากอีสุกอีใสไม่น้อยเลย โดยเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอีสุกอีใสนั้นมีชื่อว่า Varicella virus (ไวรัส วาริเซลลา) ซึ่งจะแพร่กระจายเยอะมากเป็นพิเศษในช่วงฤดูร้อน และโดยส่วนใหญ่แล้วนั้นอีสุกอีใสเมื่อเป็นครั้งหนึ่งแล้วก็จะไม่สามารถเป็นได้อีก แต่ต้องบอกในที่นี้เลยว่าไม่เสมอไปสะทีเดียว เพราะในบางรายเมื่อเป็นครั้งหนึ่งแล้วก็สามารถเป็นอีกครั้งได้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานและการคลุกคลี่กับผู้ป่วยเป็นพิเศษ แต่ถึงอย่างไรก็ตามอย่าดีใจไป เพราะเมื่อเป็นอีสุกอีใสแล้วไม่ใช่ว่าจะดีและโล่งใจว่าจะไม่เป็นได้อีกในอนาคต เพราะเชื้อไวรัสของอีสุกอีใสนั้นก็คือต้นต่อที่สามารถทำให้เกิด โรคงูสวัดได้หากมีภูมิต้านทานที่น้อยเกินไปในเวลานั้นไวรัสตัวนี้จะทำให้เกิดงูสวัดได้ และร้ายแรงกว่าอีสุกอีใสอย่างมาก ไม่เพียงแค่งูสวัดเท่านั้นที่จะมาตามอีสุกอีใส เพราะในขณะเดียวกันที่เราเป็นโรคอีสุกอีใสนั้นจะทำให้เกิดอาการต่างๆอย่าง ภาวะโลหิตเป็นพิษ รวมไปถึงปอดบวมอีกด้วย แต่ซึ่งเมื่อใดมีอาการอีสุกอีใสแล้วนั้นเราสามารถบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนได้โดยการกินยา พาราเซตามอลเพื่อลดไข้ และสามารถใช้คลอเฟนิรามีน เพื่อลดอาการคันจากตุ่มอีสุกอีใสได้เป็นอย่างดี โดยในขณะเดียวกันทางการแพทย์ได้นำเสนอวัคซีนในการ ระงับการเกิดโรคอีสุกอีใสได้แล้ว แต่อาจมีราคาที่แพงหน่อยและสามารถสอบถามได้ตามสถาบันแพทย์ต่างๆ ทั่วประเทศ

รู้ทันโรคสามารถรักษาหายได้แน่นอน

ผู้ป่วยที่เป็นโรคจิตอันตรายกว่าที่เราคิด